ที่ปรึกษา | 1)นางสาวนารีรัตน์ ภาสดา | 66121860110 |
2)นางสาวพิกุล คำศรี | 66121860201 | |
3)กัญญารัตน์ ผุยพันธ์ | 661121860 |
ที่ปรึกษา | 1)นางสาวนารีรัตน์ ภาสดา | 66121860110 |
2)นางสาวพิกุล คำศรี | 66121860201 | |
3)กัญญารัตน์ ผุยพันธ์ | 661121860 |
การประเมิน Blogger

สรุปผลการประเมิน BLOG
จากผลการประเมินของผู้ตอบแบบประเมินจำนวน 6 คน ตามแผนภูมิที่กำหนด พบว่า BLOG มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยค่าเฉลี่ยในแต่ละด้านอยู่ระหว่าง 4.67–5.00 คะแนน
ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การอธิบายเนื้อหา/ความชัดเจนของข้อมูล ได้ค่าเฉลี่ย 5.00 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดทำสามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย และตรงประเด็น
ด้านความน่าสนใจ การใช้ภาษา การจัดเนื้อหา และการนำเสนอ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 4.83–4.89 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับดีมาก แสดงให้เห็นว่าเนื้อหามีความเหมาะสม อ่านแล้วเข้าใจง่าย และดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน
ส่วนด้านความสมบูรณ์ของเนื้อหาและรูปแบบการจัดทำ มีค่าเฉลี่ย 4.67 คะแนน แม้จะต่ำกว่าด้านอื่นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับดีมาก และสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ในเรื่องความละเอียดหรือความหลากหลายของรูปแบบ
โดยสรุป BLOG นี้มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก เหมาะสมต่อการนำไปใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนรู้ และสามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้ในบางประเด็นต่อไป
รายงานการฝึกปฏิบัติ
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับปฐมวัย
การทำสังคมมิติ
เครื่องมือประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัยแสดงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ในกลุ่ม สะท้อนโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน ทำให้ครูทราบ บทบาทของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนของตนเพื่อนมีความรู้สึกอย่างไรต่อเขาใครเด่นที่สุด ใครชอบแยกตัวเล่นคนเดียวเด็กคู่ใดที่ต่างคนต่างชอบเล่นด้วยกัน
- ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลอาจเปลี่ยนตามกิจกรรมและเวลา
เครื่องมือสังคมมิติ
นิยมใช้ 2 วิธี คือ การทายลักษณะ และ การสร้างภาพทางสังคม
1.การทายลักษณะ
- ใครเอ่ย.......?
- ใครเอ่ย หวงของเล่น?
- ใครเอ่ย ช่วยเพื่อนเก็บของเสมอ?
2.การสร้างภาพทางสังคม
- ถ้า ....... หนูจะ .......... ?
- “ถ้าหนูสามารถเลือกเพื่อนที่จะมานั่งข้าง ๆ ได้ หนูจะเลือกใคร?”
การเขียนแผนผังความสัมพันธ์
- เขียนเลขที่นักเรียนที่ได้รับเลือกมากที่สุดไว้ตรงกลางแผนผัง
โดยใช้สัญลักษณ์
- เขียนเลขที่นักเรียนที่ไม่ได้รับเลือกเลย หรือได้รับเลือกน้อยครั้งไว้รอบนอกแผนผัง
- ใช้ลูกศรแสดงทิศทางของการเลือก
- ควรทับกันให้น้อยที่สุด จึงต้องร่างแผนผังก่อน
สรุป
สังคมมิติ การมองสังคมในหลายด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เข้าใจความเป็นอยู่และความสัมพันธ์ของคนในสังคมอย่างรอบด้าน การใช้สังคมมิติช่วยให้สามารถวิเคราะห์ปัญหา วางแผนพัฒนา และปรับตัวในการอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของสังคมนั้น ๆ
แหล่งที่มา : ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต. (2567). เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย [เอกสารประกอบการบรรยาย]. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.


การใช้แบบทดสอบ การตรวจสอบว่า เด็กเกิดการเรียนรู้พร้อมที่จะเรียนในขั้นต่อไป ซึ่งเด็กจะต้องแสดงพฤติกรรม / ปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งที่ครูสามารถสังเกตเห็นได้เช่น สามารถตอบคำถามของครูได้
สามารถทำตามคำสั่งได้ถูกต้อง (วรรณวดี ม้าลำพอง, 2525)
การใช้แบบทดสอบเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
- เป็นวิธีการที่ต้องระมัดระวัง เพราะแบบทดสอบมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ การรับรู้ ของครูและเด็กที่มีต่อตัวเอง
- ผู้ทดสอบควรตระหนักถึงจุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ของการสอบว่ามีขึ้นเพื่ออะไร
ประเภทของแบบทดสอบ
แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher-made)
มุ่งวัดผลการเรียนการสอน โดย ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมายเป็นหลักในการสร้างแบบทดสอบ
2. แบบทดสอบมาตรฐาน (Standard test) สร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการและผู้เชี่ยวชาญ
แบบทดสอบโดยเฉพาะ ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่เป็นแกนร่วม ของทุกโรงเรียนในประเทศ
- ดวงเดือน ศาสตรภัทร (อ้างถึงใน นภเนตร ธรรมบวร, 2540)
การสร้างแบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น
1. กำหนดจุดมุ่งหมายว่าจะสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดพัฒนาการและความพร้อมด้านใด
2. ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านที่ต้องการวัดและประเมิน
3. เขียนนิยามปฏิบัติการพัฒนาการด้านที่ต้องการวัดและประเมิน
4. สร้างแบบทดสอบ (ดวงเดือน ศาสตรภัทร, 2537)
ตัวอย่างการเขียนนิยามปฏิบัติการของพัฒนาการ
- (สมมติว่า...) พัฒนาการด้านสติปัญญา หมายถึงความสามารถด้านภาษานิยามปฏิบัติการ จะต้องอธิบายต่อว่าความสามารถด้านภาษา หมายถึง ความสามารถด้านการฟังคำสั่งแล้วเข้าใจ ตลอดจนทำตามได้
บอกคำตรงข้าม และความหมายที่ใกล้เคียงกันได้ตอบคำถามอะไรเอ่ยได้
- เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างข้อคำถามต่อไป
ประเภทของแบบทดสอบ
แบบทดสอบมาตรฐานที่มักใช้ในการศึกษาเด็ก :
▪ แบบทดสอบเชาว์ปัญญา
▪ แบบทดสอบความพร้อม
▪ แบบทดสอบที่ใช้คัดเลือกเด็กที่ต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษ
▪ แบบทดสอบวัดความรู้ขั้นพัฒนาการ
ตัวอย่างแบบทดสอบเชาว์ปัญญา

แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolio)
คือการเก็บรวบรวมหลักฐานการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องแฟ้มผลงานไม่ใช่ที่เก็บเศษกระดาษแต่เป็นที่แสดงความพยายาม ความก้าวหน้า และความภูมิใจของเด็ก เครื่องมือในการรวบรวมผลงานและหลักฐานการเรียนรู้ของเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และศักยภาพของเด็กในแต่ละช่วงเวลา โดยครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญา
ลักษณะของแฟ้มผลงานเด็ก
มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหาให้สอดคล้องกับพัฒนาการและบริบทของเด็กแต่ละคน
สามารถรวบรวมข้อมูลพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กในด้านต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน
มุ่งเน้นการสะท้อนความสามารถ ศักยภาพ หรือจุดเด่นของเด็กเป็นสำคัญ
เอื้อต่อการประเมินพัฒนาการเด็กในรูปแบบที่หลากหลาย
เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผลงานเพื่อนำมาจัดเก็บในแฟ้ม
คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็กแต่ละคน
จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการประเมินพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการประเมินผลในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง
จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการติดตาม วิเคราะห์ และพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก
ประโยชน์ของแฟ้มผลงานเด็ก
1. สำหรับเด็ก แฟ้มผลงานช่วยให้เด็กเห็นความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ส่งเสริมความภาคภูมิใจในความสามารถของตน และกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
2. สำหรับครู แฟ้มผลงานช่วยให้ครูสามารถประเมินพัฒนาการของเด็กได้อย่างละเอียดและต่อเนื่อง สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ วางแผนการจัดการเรียนรู้ และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล
3. สำหรับผู้ปกครอง แฟ้มผลงานเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสม
สรุป
จากการศึกษาเอกสารการใช้แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolio) ทำให้เข้าใจว่าแฟ้มผลงานเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินพัฒนาการเด็กแบบองค์รวมและต่อเนื่อง สามารถสะท้อนความก้าวหน้า ความสามารถ และศักยภาพของเด็กได้อย่างชัดเจนผ่านผลงานจริง
การใช้แฟ้มผลงานยังช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และเด็กในการติดตามและพัฒนาการเรียนรู้ ทำให้การประเมินเป็นไปอย่างมีความหมาย และสามารถนำข้อมูลจากแฟ้มผลงานไปใช้วางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้อย่างเหมาะสมกับรายบุคคล
แหล่งที่มา : ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต. (2567). เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย [เอกสารประกอบการบรรยาย]. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.

บันทึกประจำวันฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
วัน เดือน ปี : 12 ธันวาคม 2568
สถานที่ฝึกประสบการณ์ :โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน ( ธรรมอุชาติอุทิศ )
วันนี้ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัย เรื่อง “ตามหาสีจากธรรมชาติ” โดยให้เด็กได้ออกไปสำรวจบริเวณรอบ ๆ โรงเรียน เพื่อค้นหาสิ่งของจากธรรมชาติที่มีสีต่าง ๆ เช่น ใบไม้สีเขียว ดอกไม้สีเหลือง ดินสีน้ำตาล ท้องฟ้าสีฟ้า เป็นต้น
ในระหว่างกิจกรรม เด็ก ๆ มีความสนใจและตื่นเต้นที่ได้ออกไปสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว เด็กได้เรียนรู้เรื่องสีจากของจริง และได้ฝึกการสังเกต การเปรียบเทียบ รวมทั้งการทำงานร่วมกับเพื่อน หลังจากสำรวจแล้ว เด็กได้นำสิ่งที่พบมาพูดคุยแลกเปลี่ยนหน้าชั้นเรียนและนำ ดอกไม้ ใบไม้ มาทำใบงาน
โดยภาพรวม เด็กให้ความร่วมมือดี สามารถบอกชื่อสีและสิ่งที่พบได้เหมาะสมตามวัย และมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น
บันทึกสะท้อนการจัดการเรียนการสอน
หัวข้อกิจกรรม : ตามหาสีจากธรรมชาติ




ที่ปรึกษา 1)นางสาวนารีรัตน์ ภาสดา 66121860110 2)นางสาวพิกุล คำศรี 66121860201 3)กัญญารัตน์ ผุยพันธ์ 661121860