วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ที่ปรึกษารุ่นที่ 1

 


ที่ปรึกษา

1)นางสาวนารีรัตน์ ภาสดา

 66121860110

2)นางสาวพิกุล  คำศรี

 66121860201

3)กัญญารัตน์ ผุยพันธ์

661121860

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

การประเมิน Blogger

การประเมิน Blogger

สรุปผลการประเมิน BLOG


จากผลการประเมินของผู้ตอบแบบประเมินจำนวน 6 คน ตามแผนภูมิที่กำหนด พบว่า BLOG มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยค่าเฉลี่ยในแต่ละด้านอยู่ระหว่าง 4.67–5.00 คะแนน


ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การอธิบายเนื้อหา/ความชัดเจนของข้อมูล ได้ค่าเฉลี่ย 5.00 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดทำสามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย และตรงประเด็น


ด้านความน่าสนใจ การใช้ภาษา การจัดเนื้อหา และการนำเสนอ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 4.83–4.89 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับดีมาก แสดงให้เห็นว่าเนื้อหามีความเหมาะสม อ่านแล้วเข้าใจง่าย และดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน


ส่วนด้านความสมบูรณ์ของเนื้อหาและรูปแบบการจัดทำ มีค่าเฉลี่ย 4.67 คะแนน แม้จะต่ำกว่าด้านอื่นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับดีมาก และสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ในเรื่องความละเอียดหรือความหลากหลายของรูปแบบ


โดยสรุป BLOG นี้มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก เหมาะสมต่อการนำไปใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนรู้ และสามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้ในบางประเด็นต่อไป


แบบฝึกหัด : เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย

รายงานการฝึกปฏิบัติ การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับปฐมวัย

รายงานการฝึกปฏิบัติ

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับปฐมวัย


https://docs.google.com/document/d/1aNbXdhRmEyfKVUGgxYyqahCqkftsAPXE/edit?usp=drivesdk&ouid=105931596271996365945&rtpof=true&sd=true

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การบันทึกคำพูดเด็ก

การทำสังคมมิติ

การทำสังคมมิติ


       เครื่องมือประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัยแสดงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ในกลุ่ม สะท้อนโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน ทำให้ครูทราบ บทบาทของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนของตนเพื่อนมีความรู้สึกอย่างไรต่อเขาใครเด่นที่สุด ใครชอบแยกตัวเล่นคนเดียวเด็กคู่ใดที่ต่างคนต่างชอบเล่นด้วยกัน


- ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลอาจเปลี่ยนตามกิจกรรมและเวลา


เครื่องมือสังคมมิติ


นิยมใช้ 2 วิธี คือ การทายลักษณะ และ การสร้างภาพทางสังคม


1.การทายลักษณะ


- ใครเอ่ย.......?


- ใครเอ่ย หวงของเล่น?


- ใครเอ่ย ช่วยเพื่อนเก็บของเสมอ?


2.การสร้างภาพทางสังคม


- ถ้า ....... หนูจะ .......... ?


- “ถ้าหนูสามารถเลือกเพื่อนที่จะมานั่งข้าง ๆ ได้ หนูจะเลือกใคร?”


การเขียนแผนผังความสัมพันธ์


- เขียนเลขที่นักเรียนที่ได้รับเลือกมากที่สุดไว้ตรงกลางแผนผัง


โดยใช้สัญลักษณ์


- เขียนเลขที่นักเรียนที่ไม่ได้รับเลือกเลย หรือได้รับเลือกน้อยครั้งไว้รอบนอกแผนผัง


- ใช้ลูกศรแสดงทิศทางของการเลือก


- ควรทับกันให้น้อยที่สุด จึงต้องร่างแผนผังก่อน


สรุป 

       สังคมมิติ การมองสังคมในหลายด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เข้าใจความเป็นอยู่และความสัมพันธ์ของคนในสังคมอย่างรอบด้าน การใช้สังคมมิติช่วยให้สามารถวิเคราะห์ปัญหา วางแผนพัฒนา และปรับตัวในการอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของสังคมนั้น ๆ




แหล่งที่มา : ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต. (2567). เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย [เอกสารประกอบการบรรยาย]. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.


วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การใช้แบบทดสอบ

การใช้แบบทดสอบ


การใช้แบบทดสอบ การตรวจสอบว่า เด็กเกิดการเรียนรู้พร้อมที่จะเรียนในขั้นต่อไป ซึ่งเด็กจะต้องแสดงพฤติกรรม / ปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งที่ครูสามารถสังเกตเห็นได้เช่น  สามารถตอบคำถามของครูได้

สามารถทำตามคำสั่งได้ถูกต้อง (วรรณวดี ม้าลำพอง, 2525)


การใช้แบบทดสอบเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

- เป็นวิธีการที่ต้องระมัดระวัง เพราะแบบทดสอบมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ การรับรู้ ของครูและเด็กที่มีต่อตัวเอง

- ผู้ทดสอบควรตระหนักถึงจุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ของการสอบว่ามีขึ้นเพื่ออะไร


ประเภทของแบบทดสอบ

แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher-made)

มุ่งวัดผลการเรียนการสอน โดย ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมายเป็นหลักในการสร้างแบบทดสอบ

2. แบบทดสอบมาตรฐาน (Standard test) สร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการและผู้เชี่ยวชาญ

แบบทดสอบโดยเฉพาะ ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่เป็นแกนร่วม ของทุกโรงเรียนในประเทศ

- ดวงเดือน ศาสตรภัทร (อ้างถึงใน นภเนตร ธรรมบวร, 2540)

การสร้างแบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น

1. กำหนดจุดมุ่งหมายว่าจะสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดพัฒนาการและความพร้อมด้านใด

2. ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านที่ต้องการวัดและประเมิน

3. เขียนนิยามปฏิบัติการพัฒนาการด้านที่ต้องการวัดและประเมิน

4. สร้างแบบทดสอบ (ดวงเดือน ศาสตรภัทร, 2537)


ตัวอย่างการเขียนนิยามปฏิบัติการของพัฒนาการ

- (สมมติว่า...) พัฒนาการด้านสติปัญญา หมายถึงความสามารถด้านภาษานิยามปฏิบัติการ จะต้องอธิบายต่อว่าความสามารถด้านภาษา หมายถึง ความสามารถด้านการฟังคำสั่งแล้วเข้าใจ ตลอดจนทำตามได้

บอกคำตรงข้าม และความหมายที่ใกล้เคียงกันได้ตอบคำถามอะไรเอ่ยได้

- เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างข้อคำถามต่อไป


ประเภทของแบบทดสอบ

แบบทดสอบมาตรฐานที่มักใช้ในการศึกษาเด็ก :

▪ แบบทดสอบเชาว์ปัญญา

▪ แบบทดสอบความพร้อม

▪ แบบทดสอบที่ใช้คัดเลือกเด็กที่ต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

▪ แบบทดสอบวัดความรู้ขั้นพัฒนาการ


ตัวอย่างแบบทดสอบเชาว์ปัญญา



วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolio)

แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolio)

คือการเก็บรวบรวมหลักฐานการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องแฟ้มผลงานไม่ใช่ที่เก็บเศษกระดาษแต่เป็นที่แสดงความพยายาม ความก้าวหน้า และความภูมิใจของเด็ก เครื่องมือในการรวบรวมผลงานและหลักฐานการเรียนรู้ของเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และศักยภาพของเด็กในแต่ละช่วงเวลา โดยครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญา


ลักษณะของแฟ้มผลงานเด็ก

มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหาให้สอดคล้องกับพัฒนาการและบริบทของเด็กแต่ละคน


สามารถรวบรวมข้อมูลพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กในด้านต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน


มุ่งเน้นการสะท้อนความสามารถ ศักยภาพ หรือจุดเด่นของเด็กเป็นสำคัญ


เอื้อต่อการประเมินพัฒนาการเด็กในรูปแบบที่หลากหลาย


เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผลงานเพื่อนำมาจัดเก็บในแฟ้ม


คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็กแต่ละคน


จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการประเมินพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการประเมินผลในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง


จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการติดตาม วิเคราะห์ และพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก


ประโยชน์ของแฟ้มผลงานเด็ก

1. สำหรับเด็ก แฟ้มผลงานช่วยให้เด็กเห็นความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ส่งเสริมความภาคภูมิใจในความสามารถของตน และกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

2. สำหรับครู แฟ้มผลงานช่วยให้ครูสามารถประเมินพัฒนาการของเด็กได้อย่างละเอียดและต่อเนื่อง สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ วางแผนการจัดการเรียนรู้ และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล

3. สำหรับผู้ปกครอง แฟ้มผลงานเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสม



สรุป  

        จากการศึกษาเอกสารการใช้แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolio) ทำให้เข้าใจว่าแฟ้มผลงานเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินพัฒนาการเด็กแบบองค์รวมและต่อเนื่อง สามารถสะท้อนความก้าวหน้า ความสามารถ และศักยภาพของเด็กได้อย่างชัดเจนผ่านผลงานจริง

        การใช้แฟ้มผลงานยังช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และเด็กในการติดตามและพัฒนาการเรียนรู้ ทำให้การประเมินเป็นไปอย่างมีความหมาย และสามารถนำข้อมูลจากแฟ้มผลงานไปใช้วางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้อย่างเหมาะสมกับรายบุคคล



แหล่งที่มา : ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต. (2567). เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย [เอกสารประกอบการบรรยาย]. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.

การใช้แบบประเมินพัฒนาการ

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

ประวัติกรณีศึกษา

การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมิน

การสัมภาษณ์

การใช้สารนิทัศน์เพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

แนะนำตนเอง

Portfolio การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน ( sil.3 )

การเขียนบันทึกประจำวัน


บันทึกประจำวันฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

วัน เดือน ปี : 12 ธันวาคม 2568

สถานที่ฝึกประสบการณ์  :โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน ( ธรรมอุชาติอุทิศ )



วันนี้ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัย เรื่อง “ตามหาสีจากธรรมชาติ” โดยให้เด็กได้ออกไปสำรวจบริเวณรอบ ๆ โรงเรียน เพื่อค้นหาสิ่งของจากธรรมชาติที่มีสีต่าง ๆ เช่น ใบไม้สีเขียว ดอกไม้สีเหลือง ดินสีน้ำตาล ท้องฟ้าสีฟ้า เป็นต้น


ในระหว่างกิจกรรม เด็ก ๆ มีความสนใจและตื่นเต้นที่ได้ออกไปสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว เด็กได้เรียนรู้เรื่องสีจากของจริง และได้ฝึกการสังเกต การเปรียบเทียบ รวมทั้งการทำงานร่วมกับเพื่อน หลังจากสำรวจแล้ว เด็กได้นำสิ่งที่พบมาพูดคุยแลกเปลี่ยนหน้าชั้นเรียนและนำ ดอกไม้ ใบไม้ มาทำใบงาน


โดยภาพรวม เด็กให้ความร่วมมือดี สามารถบอกชื่อสีและสิ่งที่พบได้เหมาะสมตามวัย และมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น





บันทึกสะท้อนการจัดการเรียนการสอน



หัวข้อกิจกรรม : ตามหาสีจากธรรมชาติ


  1. วัตถุประสงค์การเรียนรู้
  • เพื่อให้เด็กสามารถบอกชื่อสีจากสิ่งที่พบในธรรมชาติได้
  • เพื่อส่งเสริมทักษะการสังเกตและการจำแนกสี
  • เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมจากการทำงานร่วมกัน
  1. ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน
    เป็นกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยใช้การสำรวจ สังเกต และสนทนา เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและลงมือปฏิบัติจริง
  2. กระบวนการประเมินผล                                              ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม การตอบคำถาม การมีส่วนร่วม และการบอกชื่อสีได้ถูกต้อง
  3. ผลการประเมิน                                                 เด็กส่วนใหญ่สามารถบอกชื่อสีและสิ่งของจากธรรมชาติได้ถูกต้อง มีความกระตือรือร้นและสนุกกับกิจกรรม
  4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางพัฒนา                              ควรเตรียมอุปกรณ์เสริม เช่น ตะกร้าเล็ก ๆ หรือบัตรภาพสี เพื่อช่วยให้เด็กเปรียบเทียบสีได้ชัดเจนมากขึ้น และควรจัดกิจกรรมในวันที่อากาศเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของเด็ก






ที่ปรึกษารุ่นที่ 1

  ที่ปรึกษา 1)นางสาวนารีรัตน์ ภาสดา  66121860110 2)นางสาวพิกุล  คำศรี  66121860201 3)กัญญารัตน์ ผุยพันธ์ 661121860